ท่ามกลางความพลุกพล่านของถนนอิสรภาพและถนนประชาธิปก ย่านคลองสาน ไม่ไกลจากห้างใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ลึกลงไปในตรอกสมเด็จเจ้าพระยาที่เต็มไปด้วยตึกพาณิชย์คูหาแบบเก่าเรียงราย คือที่ตั้งของ ‘ชุมชนบ้านสมเด็จ’ ชุมชนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยอยุธยา
ชุมชนนี้อยู่ติดกับถนนสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งตั้งชื่อตามสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ตามดำริของพระบาทสมเด็จพระพุทธปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ให้ตั้งชื่อถนนตามรัฐบุรุษของแผ่นดิน แต่ก่อนพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นย่านสำคัญทางการค้าเพราะอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีทั้งโรงเกลือ โรงน้ำปลา โรงสีข้าว และโรงต้มยา แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป จากแต่เดิมเป็นย่านการค้าก็กลายเป็นย่านที่อยู่อาศัย ทำให้หลายกิจการปิดตัวลง เหลือเพียงแต่ ‘โรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ’ กิจการที่ขึ้นต้นด้วย ‘โรง’ แห่งสุดท้ายในชุมชนบ้านสมเด็จ
มรดกชิ้นสุดท้ายของบ้านสมเด็จ
“เราเริ่มจากตอนที่อากงอพยพมาจากเมืองจีนตั้งแต่เกือบสองร้อยปีที่แล้ว” เพ็ญพักตร์ ทังสมบัติ หรือ พี่พิม วัย 26 ปี ทายาทรุ่นที่สี่ที่เข้ามาสืบต่อเจตนารมณ์ของคุณทวดในการทำน้ำปลายี่ห้อรวงทอง หนึ่งในกิจการที่ยังคงดำเนินการอยู่ ในย่านบ้านสมเด็จ กล่าว

พี่พิม เพ็ญพักตร์ ทังสมบัติ
กรรมการผู้จัดการบริษัท ทั่งง่วนฮะ จำกัด และผู้ก่อตั้งคาเฟ่บ้านอากงอาม่า
พี่พิมเล่าถึงความเป็นมาของน้ำปลายี่ห้อรวงทองว่า การทำน้ำปลาเป็นหนึ่งในวิธีถนอมอาหารที่ชาวจีนคุ้นเคย เมื่ออพยพมาเมืองไทย ก็ยังใช้วิธีนี้อยู่ ต่อมาคุณทวดจึงผลิตน้ำปลาเป็นสินค้าเพื่อหารายได้ และครอบครัวก็ทำกิจการนี้ก็สืบต่อกันเรื่อยมา ตั้งแต่คุณทวด อากง คุณพ่อ และตอนนี้ก็เป็นพี่พิม ส่วนชื่อ ‘รวงทอง’ ก็เกิดจากเจตนารมณ์ที่ว่าอยากให้กิจการมีความยั่งยืนและยืดหยุ่นในตัวเองเหมือนรวงข้าวที่พลิ้วไปตามลม
“ระหว่างทางตั้งแต่รุ่นทวดถึงรุ่นเรามีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเยอะมาก ธุรกิจก็ขยายใหญ่มากขึ้นหลายเท่า” พี่พิมเสริมว่า เนื่องจากตอนนี้ธุรกิจเติบโตมากขึ้น มีการส่งออกไปทั่วประเทศไทยและต่างจังหวัด จากแต่ก่อนขี่ซาเล้งส่งแค่ในย่านชุมชน ทำให้พื้นที่ตรงนี้ตอนนี้เล็กเกินไปสำหรับการผลิตน้ำปลาล็อตใหญ่ ปัจจุบันจึงได้ย้ายโรงงานไปอยู่ที่ อ.แม่กลอง จ.สมุทรสงคราม แต่โรงน้ำปลาเก่าตรงนี้ก็ยังเปิดให้ผู้คนได้เข้ามาชม และมีการต่อยอดด้วยการเปิด ‘คาเฟ่บ้านอากงอาม่า’ เพื่อให้คนได้ลองมาชิมอาหารที่ทำด้วยน้ำปลารวงทอง

น้ำปลายี่ห้อรวงทอง
ที่มา: Facebook My Grandparent’s House บ้านอากงอาม่า
ตรงข้ามกับศาลเจ้ากวนอู และถัดจากโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ คือที่ตั้งของเรือนไม้ปั้นหยา 2 ชั้น ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายนอกเป็นสีเขียวซีดตามกาลเวลา ภายในเป็นคาเฟ่ไม้ตกแต่งด้วยของโบราณ เช่น ตาชั่งความสุข ของโบราณที่ไม่สามารถพบเห็นได้จากที่อื่นเพราะเป็นของสะสมของอากง

คาเฟ่บ้านอากงอาม่า

ตาชั่งความสุข สัญลักษณ์แห่งการรู้สึกมีความสุขอย่างสมดุล (ไม่ได้ใช้ชั่งจริง)
พี่พิมเล่าถึงจุดเริ่มต้นของคาเฟ่บ้านอากงอาม่าว่า ตั้งชื่อร้านตามประวัติของบ้านนี้ ซึ่งเคยเป็นบ้านเก่าของอากงอาม่ามาก่อน อีกทั้งยังเคยเป็นออฟฟิศเก่าของโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ สมัยก่อนเธอมักจะเห็นลุง ๆ ป้า ๆ ในชุมชน ทำงานอยู่ที่นี่ในหลากหลายตำแหน่ง ทั้งเสมียน ตัวแทนจำหน่าย และคนส่งของ พออากงอาม่าเสียไป จึงกลายเป็นบ้านพักธรรมดา แต่ผู้ที่มาไหว้เจ้าพ่อกวนอูขอเข้ามาชมบ้านบ่อย ๆ เพราะไม่เคยเห็นบ้านทรงปั้นหยามาก่อน เธอก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นคาเฟ่บ้านอากงอาม่า
เมนูที่ร้านที่ใช้น้ำปลารวงทองเป็นส่วนประกอบ เช่น ข้าวไก่ย่างซอสน้ำปลา และก๋วยเตี๋ยวหลอดซอสน้ำปลา พี่พิมเสริมว่า “ลูกค้าหลายคนบอกว่า น้ำปลาของเราไม่เค็มเกินไปและมีกลิ่นหอมของปลาที่ชัดเจน เราจึงอยากให้ทุกคนได้ชิมน้ำปลาของเรา จึงนำมาต่อยอดที่นี่”

บรรยากาศภายในร้านบ้านอากงอาม่า
เมื่อธุรกิจต้องเอื้อต่อชุมชน
เมื่อชุมชนบ้านสมเด็จกลายเป็นย่านที่อยู่อาศัย คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในชุมชนจึงเป็นผู้สูงวัย ในขณะที่คนรุ่นใหม่ต้องเดินทางไปทำงานข้างนอกเพราะไม่มีงานในชุมชนรองรับ หรือแม้แต่ย้ายที่อยู่เพื่อความสะดวกในการทำงาน พี่พิมจึงอยากให้คาเฟ่บ้านอากงอาม่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสทำงานใกล้บ้าน เพราะเชื่อว่าคนใกล้ตัวย่อมดูแลกันได้ดีที่สุด ทำให้ครอบครัวได้เจอหน้ากันทุกวันและได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น
แก้วกาญจน์ ไทยสว่างศรี หรือ แก้ว วัย 21 ปี บาริสต้าประจำคาเฟ่บ้านอากงอาม่า และเป็นคนชุมชนบ้านสมเด็จตั้งแต่เกิด เล่าถึงการทำงานที่นี่ว่า เธอดีใจที่ร้านสนับสนุนการจ้างงานคนในชุมชน เพราะเธอจะได้ไม่ต้องออกไปหางานข้างนอก เธอสามารถเดินจากบ้านมาทำงานได้เลย อีกทั้งยังทำให้พ่อแม่เธอคลายความกังวลเพราะไม่ต้องคอยห่วงเรื่องอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการเดินทางไกล

แก้ว แก้วกาญจน์ ไทยสว่างศรี บาริสต้าประจำคาเฟ่บ้านอากงอาม่า
“การมีอยู่ของร้านนี้ทำให้คนในชุมชนอย่างเราได้มีโอกาสบอกต่อโอกาสให้ร้านอื่น ๆ ในชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น” แก้วยังเล่าว่า ตอนนี้เมื่อร้านเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็มีนักท่องเที่ยวมาขอคำแนะนำจากเธอเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านอาหารอื่น ๆ ในละแวกนี้ เธอก็สามารถแนะนำได้อย่างเต็มปากในฐานะคนในชุมชน
น้ำปลารวงทองยังเป็นเครื่องมือในการสานสัมพันธ์กับชุมชนใกล้เคียงอย่างชุมชนท่าดินแดง-ลาดหญ้า และเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าการซื้อขายทั่วไป
ป้าเพ็ญศรี กำกับกลาง เจ้าของร้านครัวลาดหญ้า ร้านอาหารในตำนานที่อยู่คู่ท่าดินแดง-ลาดหญ้ามามากกว่า 40 ปีเล่าว่า เธอใช้น้ำปลารวงทองมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เนื่องจากอาแปะเจ้าของร้านรู้จักกับเจ้าของน้ำปลารวงทองรุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นอากงของพี่พิม เลยสนับสนุนตั้งแต่นั้นมา เมื่อก่อนก็จะมีคนส่งของขับซาเล้งมาส่งทีละสิบลัง ลูกค้าก็ติดใจในรสชาติ เพราะไม่เค็มเกินไปและมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ
กรรณิการ์ สุวิชาญวรสิน หรือ พี่บี ทายาทรุ่นที่สามของร้านลิ้งซ้งฮวด เป็ดพะโล้ท่าดินแดง-ลาดหญ้า เล่าว่า ตอนนั้นเธอไปไหว้ศาลเจ้าพ่อกวนอูและมีโอกาสได้รู้จักน้ำปลายี่ห้อนี้ ด้วยความที่เธออยากสนับสนุนสินค้าของชุมชนอยู่แล้ว จึงเปลี่ยนมาใช้น้ำปลารวงทองตั้งแต่ตอนนั้น เธอยังเสริมอีกว่า น้ำปลารวงทองราคาถูกกว่าน้ำปลาเจ้าอื่นในท้องตลาดอีกด้วย

พี่บี กรรณิการ์ สุวิชาญวรสิน เจ้าของร้านลิ้มซ้งฮวด เป็ดพะโล้ท่าดินแดง-ลาดหญ้า
เสียงจากชุมชนถึงภายนอก
ชุมชนบ้านสมเด็จยังเป็นหนึ่งในชุมชนที่รอคอยการค้นพบจากคนรุ่นใหม่ พี่พิมกล่าวว่า ทุกคนในชุมชนยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว ชุมชนนี้ก็เป็นชุมชนที่มีประวัติยาวนานอีก ชุมชนหนึ่งในกรุงเทพฯ อยากให้คนรุ่นใหม่ลองมาสัมผัสชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ “อยากให้คนรุ่นใหม่ลองใช้ชีวิตให้ช้าลงบ้าง”
ศุภชัย ทิพย์สุข หรือ วิน เชฟประจำร้านบ้านอากงอาม่าที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชนบ้านสมเด็จประมาณ 3 ปี กล่าวว่า คนในชุมชนนี้น่ารักทุกคน มีอะไรก็ยินดีช่วยเหลือกัน นอกจากนี้ยังยินดีต้อนรับผู้มาเยือน เพราะอยากให้ชุมชนเป็นที่รู้จักมากกว่านี้ โดยเฉพาะสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น โรงเกลือ โรงต้มยา หรือแม้กระทั่งสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอย่าง ศาลเจ้าพ่อเสือ และ ศาลเจ้าพ่อกวนอู

วิน ศุภชัย ทิพย์สุข ขณะกำลังให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยว
แต่ด้วยความที่เป็นย่านที่อยู่อาศัยเล็ก ๆ ชุมชนบ้านสมเด็จและชุมชนท่าดินแดง-ลาดหญ้าจึงได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แก้วเล่าว่า พอมีห้างไอคอนสยามมาเปิดก็ยิ่งทำให้ชุมชนนี้เงียบกว่าเดิม เพราะชุมชนไม่ค่อยมีงานรองรับอยู่แล้ว พอมีห้างใหญ่มาเปิด คนก็ออกไปทำงานตรงนั้นมากขึ้น ชุมชนนี้จึงกลายเป็นเพียงย่านที่พักอาศัยที่ไร้ชีวิตชีวา จากเพื่อนบ้านก็เหลือแต่เพียง ‘ผู้ร่วมอาศัย’ เพราะกว่าจะเลิกงานกลับถึงบ้านก็ดึกแล้ว สิ่งที่ชุมชนนี้ขาดคือ หัวใจของชุมชนอย่าง ‘คน’ ที่ควรมีปฎิสัมพันธ์ร่วมกัน
“ชุมชมนี้ไม่ใช่แค่เป็นเพียงทางผ่านของห้างใหญ่” พี่บีกล่าว เธอเสริมว่า เมื่อก่อนชุมชนท่าดินแดง-ลาดหญ้าก็เคยคึกคักกว่านี้ แต่พอมีห้างเข้ามาก็ทำให้ชุมชนนี้เงียบลงไปมาก ทุกคน โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ ก็เลือกที่จะไปกินร้านอาหารที่ห้างมากกว่าที่จะมากินร้านอาหารริมถนน อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจมาเที่ยวในชุมชนต่าง ๆ มากขึ้น ตอนนี้หลายร้านที่เป็นร้านในตำนานก็ถูกปิดไปอย่างน่าเสียดาย หลายร้านที่ยังอยู่ก็รอคอยการค้นพบ
เพราะธุรกิจคือกำไร แต่มรดกคือจิตวิญญาณ ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หลายคนเข้ามาสานต่อธุรกิจเก่าแก่ของครอบครัว โดยไม่ได้คำนึงถึงกำไรเป็นสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นความต้องการที่จะรักษามรดกและเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษเอาไว้
สำหรับพี่พิม น้ำปลาทุกหยดไม่ได้มีเพียงสูตรลับของอากง แต่คือบันทึกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของย่านบ้านสมเด็จที่ยังคงอยู่
เรื่องและภาพ: รวิสรา ภู่อภิสิทธิ์
ผลงานนิสิต วิชา 2801309 วารสารศาสตร์ชุมชน ปีการศึกษา 2568