3

 

ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่านโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” จะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ทีมข่าว JN Plus ได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนและนักวิชาการ พบว่า ประชาชนทุกเจนเนอเรชันต่างเห็นพ้องว่าช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริงและกระตุ้นการใช้ขนส่งสาธารณะ แต่ก็มีข้อกังวลเรื่องความแออัดและศักยภาพระบบ ขณะที่นักวิชาการเตือนว่าแม้ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายรายวัน แต่หากขาดกลไกการเงินที่ยั่งยืน อาจกลายเป็นภาระการคลังในระยะยาว และไม่อาจทำให้รถไฟฟ้าเป็นระบบขนส่งเพื่อทุกคนได้จริง

เสียงสะท้อนจากประชาชน: ทุก Generation เห็นดี แต่ต่างมุมมอง

ทีมข่าว JN Plus สำรวจความเห็นจากผู้ใช้เดินทางโดยใช้รถไฟฟ้าหลากหลาย Generation พบว่า ประชาชนทุกช่วงวัยเห็นตรงกันว่าการลดค่าโดยสารเป็นมาตรการที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้จริง แต่แต่ละรุ่นต่างสะท้อนมุมมองและความกังวลที่แตกต่างกัน

Gen Alpha ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนเป็นส่วนใหญ่ ใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำในช่วงเวลาเร่งด่วน ต้องเผชิญกับความแออัดและค่าเดินทางสูงเฉลี่ยวันละ 100 บาท มองว่า การลดค่าโดยสารช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เกือบครึ่ง และอาจทำให้ใช้บริการบ่อยขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพได้จริง แต่ก็ห่วงว่าความหนาแน่นผู้โดยสารอาจยิ่งเพิ่มขึ้น

Gen Z ซึ่งอยู่ในวัยเรียน นักศึกษา ใช้รถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า–เย็น ค่าเดินทางเฉลี่ยสูงถึง 90–120 บาทต่อวัน พวกเขาเห็นด้วยว่าการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก แต่ก็ตั้งข้อกังวลว่ารัฐบาลอาจไม่มีงบประมาณรองรับ รวมถึงจำนวนผู้โดยสารที่อาจเพิ่มขึ้นจนเกินกำลังระบบ ปัญหาความแออัดและความถี่ของขบวนรถถูกมองว่าเป็นจุดที่รัฐต้องแก้ไข

Gen Y หรือคนทำงานวัยหนุ่มสาว ก็สะท้อนความเห็นไปในทำนองเดียวกันกับ GEN Z โดยส่วนใหญ่ใช้รถไฟฟ้าทุกวัน หลายคนมองว่าการลดค่าใช้จ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้ามีผลดีต่อประชาชน ช่วยประหยัดเงินได้มาก แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะอาจสร้างภาระทางการคลังให้กับรัฐบาล บางคนบอกว่าต่อให้นโยบายนี้เกิดขึ้น ก็ยังคงใช้รถไฟฟ้าในปริมาณเท่าเดิม เพราะการเดินทางเป็นความจำเป็นในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

Gen X ผู้ใช้บริการช่วงหลังเลิกงาน มองว่าสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันได้จริง พวกเขาเชื่อว่าหากมีการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าขึ้นจริงจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการระบบขนส่งรถไฟฟ้า และช่วยลดภาระค่าครองชีพของคนเมืองได้

 Baby Boomer หรือคนรุ่นอาวุโส มองว่าเป็นเรื่องดีในหลักการ แต่สะท้อนความกังวลว่ารัฐบาลอาจต้องแบกรับภาระงบประมาณจำนวนมาก และอาจไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีที่ไม่ได้ใช้บริการ พวกเขาเสนอว่าการกำหนดค่าโดยสารตามโซนหรือการถัวเฉลี่ยราคาจะทำให้นโยบายยั่งยืนกว่า อย่างไรก็ดี สำหรับผู้สูงอายุเอง ค่าโดยสารที่ได้รับสิทธิพิเศษอยู่แล้วจึงไม่ได้เห็นผลกระทบมากนัก

ผู้โดยสารยังคงหนาแน่นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงเช้า และช่วงเย็น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะ และความท้าทายที่ต้องรับมือหากนโยบายลดค่าโดยสารเกิดขึ้นจริง

มุมมองนักวิชาการ: บรรเทาภาระประชาชน แต่โจทย์ใหญ่คือ “ความยั่งยืน”

นายอดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ ผู้ช่วยผู้อำนวยการที่ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การลดราคาค่าโดยสารช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายและจูงใจให้หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องความหนาแน่นของผู้โดยสาร ความถี่ของการเดินรถ และการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่น ๆ เช่น รถเมล์หรือการเดินทางจากบ้านถึงสถานี ซึ่งทำให้ต้นทุนรวมยังสูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ นอกจากนี้ การใช้งบประมาณอุดหนุนค่าโดยสารอาจก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำหากครอบคลุมเพียงพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงควรมีกลไกทางการเงินที่ยั่งยืน เช่น การนำรายได้จากมูลค่าที่ดินรอบแนวรถไฟฟ้ามาใช้สนับสนุน

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รติดนัย หุ่นสวัสดิ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า นโยบายลดราคาค่าโดยสารสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถไฟฟ้าได้จริง แต่จะเกิดผลเฉพาะกับกลุ่มประชาชนที่ใช้บริการเป็นประจำ ขณะที่ในเชิงการคลัง หากใช้งบประมาณจำนวนมากอาจทำให้นโยบายนี้ดำเนินการได้เพียงระยะสั้น ทั้งยังอาจสร้างภาระให้รัฐบาล หากมีผู้โดยสารมากขึ้น รัฐบาลควรมีมาตรการปรับเพิ่มขบวนและรอบรถเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ในภาพรวม นโยบายดังกล่าวอาจกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในทางอ้อม แต่ไม่ใช่นโยบายที่ส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ

เสียงสะท้อนจากทั้งประชาชนและนักวิชาการชี้ตรงกันว่า “ค่าโดยสารที่ถูกลงช่วยคนได้จริง แต่ไม่เพียงพอหากขาดความยั่งยืน” ความท้าทายของรัฐบาลจึงไม่ได้อยู่ที่การตัดสินใจว่าจะเดินหน้านโยบาย 20 บาทหรือไม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผนบริหารจัดการระบบขนส่งให้ครอบคลุมและเป็นธรรมต่อประชาชนทุกกลุ่ม

คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบคือ “รัฐบาลจะหากลไกทางการเงินใหม่อย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นเพียงนโยบายชั่วคราวที่สร้างภาระงบประมาณในระยะยาว และจะทำให้ระบบรถไฟฟ้าเป็น ขนส่งสาธารณะสำหรับทุกคน ได้จริงหรือไม่ “

เรื่อง : รชตวรรณ นิรัญศิลป์ ,พิชญา ดอนศรีจันทร์ และ กัญญานัฐ มุสิกาญจน์

ภาพ : รชตวรรณ นิรัญศิลป์ และ พิชญา ดอนศรีจันทร์

Picture of Rachatawun Nirunsin

Rachatawun Nirunsin

แชร์บทความนี้

โพสต์ยอดนิยม

คุณอาจจะชอบ