Cover-นาในเมือง-web
“ แถวบ้านเราถ้าไม่มีนา มันก็จะเป็นจัดสรรเป็นหมู่บ้าน
ไม่รู้ดีไหมถึงตอนนั้นเราคงไม่มีชีวิตอยู่แล้วแหละ
รุ่นลูกรุ่นหลานจะทำไรกิน ข้าวก็ต้องซื้อเขากินไม่มีนาทำ ”

– ป้านอม อดีตเกษตกร –

เสียงจากคนในชุมชนเล็ก ๆ ท่ามกลางการรุกคืบของความเป็นเมืองสู่จังหวัดนนทบุรีและตัวตนของ “ชาวนา” ที่กำลังจะสูญหายไป

ปัจจุบัน นนทบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดที่รองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจจากกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นจังหวัดปริมณฑล ทำให้เกิดการจัดสรรการใช้ประโยชน์พื้นที่ระหว่างพื้นที่พาณิชย์และพื้นที่อยู่อาศัย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่เกษตรกรรมซึ่ง “เคย” เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดนนทบุรี 

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2566 ระบุว่า นนทบุรีมีพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมด 100,196.65 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 25.76 ของจังหวัด และเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 85,164.00 ไร่ ไม้ผล 8,052.33 ไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ 3,311.46 ไร่ ผัก 2,196.12 ไร่ ไม้ยืนต้น 1,156.96 ไร่ และพืชอื่นๆ 315.78 ไร่ อีกทั้งยังมี 11,741ครัวเรือนเกษตรกร แต่เมื่อเทียบข้อมูลพื้นที่เกษตรกรรมปี 2560 พบว่า พื้นที่เกษตรรวมลดลงเล็กน้อย 4,838.23 ไร่ คิดเป็น 4.61 เปอร์เซ็นต์ และพื้นที่ปลูกข้าวลดลงอย่างชัดเจนถึง 5,232 ไร่ หรือลดลงถึง 5.79 เปอร์เซ็นต์  สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

อำเภอไทรน้อย เป็นอีกหนึ่งอำเภอในจังหวัดนนทบุรี ที่มีพื้นที่การเกษตรมากที่สุดของจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกข้าว แต่หากดูจากแนวโน้มการลดลงของพื้นที่เกษตรกรรม อาจคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตพื้นที่การทำนาข้าวจะลดลงอีกตามการขยายตัวของผังเมือง

หากพูดถึง “ความเป็นชาวนา” อัตลักษณ์หนึ่งของคนในชุมชนที่กำลังจะสูญหายไป “ป้านอม” อดีตเกษตรกรที่ทำนามามากกว่า 47 ปี ได้เล่าถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตของชุมชนว่า พื้นที่ทำนาลดลงและจะถูกเปลี่ยนเป็นบ้านจัดสรร อาชีพของคนในชุมชนก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน เพราะคนก็จะหันไปทำงานในเมืองมากขึ้น และไม่ค่อยมีใครอยากประกอบอาชีพเกษตรกร อีกทั้งคนรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักการทำนาหรือการลงทุนกับการเกษตรเลย แม้ตนจะรู้สึกเสียดายแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถึงตอนนั้นตนคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ป้านอมกล่าว

อย่างไรก็ตาม ป้านอมเห็นว่า การเปลี่ยนที่ดินเกษตรกรรมเป็นบ้านจัดสรรเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากมีบ้านจัดสรรก็จะมีการตัดถนนทำให้การคมนาคมสะดวกมากยิ่งขึ้น จากที่เคยต้องเดินทางด้วยเรือผ่านลำคลองก็สามารถเดินทางด้วยรถยนต์อย่างสะดวกสบาย 

 

“…มีแต่คนทำนาทั้งนั้น สมัยไถควาย หาบข้าว…
บางทีจัดสรรมา (บ้านจัดสรร) มันก็ลดพื้นที่ลง พื้นที่นาก็ลดลงมาเรื่อย ๆ ” 

– ตาโต๊ะ เกษตรกร –

ตาโต๊ะ เกษตรกรในพื้นที่เล่าว่า เมื่อก่อนพื้นที่ของอำเภอไทรน้อยเต็มไปด้วยทุ่งนา รวมถึงมีผู้คนมากมายที่ประกอบอาชีพเกษตรกร แต่เมื่อเวลาผ่านไปพื้นที่ของทุ่งนาเหล่านั้นกลับลดลงตามการขยายตัวของผังเมือง พื้นที่นาส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นพื้นที่บ้านจัดสรร นอกจากที่จะเข้ามาทำให้พื้นที่เกษตรลดลงแล้ว การที่มีหมู่บ้านจัดสรรทำให้มีประชากรแฝงซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงสังคมและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่

โดยสถิติประชากรแฝงของประเทศไทย พ.ศ.2560 โดยสำนักงานสถิติและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า มีจำนวนประชากรแฝงทั้งหมดกว่า 8.07 ล้านคน (ประมาณ 11.9% ของจำนวนประชากรรวมทั้งหมด) ซึ่งหากไม่นับรวมกรุงเทพมหานครแล้ว นนทบุรีเป็นเมืองที่มีประชากรแฝงในช่วงกลางวันมากที่สุด โดยแบ่งเป็นประชากรแฝงกลางวันที่เข้ามาทำงาน 214,000 คน และประชากรแฝงกลางวันที่เข้ามาเรียนหนังสือ 42,500 คน สร้างการจ้างงาน (Employment) ถึง 947,705 คนต่อปี นอกจากนั้นยังพบการเพิ่มขึ้นของ SMEs ขนาดเล็กในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2558 – 2562) มี SME ที่ลงทุนต่ำกว่า 2 ล้านบาทในนนทบุรี เพิ่มจาก 1,607 ราย เป็น 1,900 ราย สะท้อนว่านนทบุรีในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่อยู่อาศัย (Bed town) ของคนกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทของการเป็นพื้นที่แหล่งงานให้กับประเทศไทยด้วย 

เมื่อมีประชากรแฝงในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นจึงอาจะส่งผลกระทบเชิงสังคมได้ ตาโต๊ะเล่าว่า “อยู่ข้างบ้านกันรั้วติดกันยังไม่รู้จักกันเลย”  ประโยคดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในชุมชน ความเป็นเครือข่ายชุมชนที่กำลังสูญหายไปหลังการเข้ามาของหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างคนในพื้นที่และคนในหมู่บ้าน เช่น บ่อเกรอะน้ำเสียของหมู่บ้านที่อาจส่งกลิ่นเหม็น หรือ การเผานาทำให้เกิดมลพิษในพื้นที่ ทั้งนี้หากเกิดความขัดแย้งของความสัมพันธ์ในชุมชน

การสื่อสารเพื่อหาทางออกหรือการแก้ไขก็จะเป็นไปได้ยาก อีกหนึ่งผลกระทบคือผลกระทบด้านวัฒนธรรมเมื่อมีประชากรอื่นเข้ามาการสานต่อของวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ก็จะลดลงตามไปด้วย เช่น วัฒนธรรมการทำบุญร่วมกัน หรือ พิธีกรรมเกี่ยวกับการทำนาอย่างก็อาจที่จะสูญหายไปตามกาลเวลา จึงสามารถพูดได้ว่า “ตัวตน” ของชุมชนนั้นกำลังจะสูญหายไป

“ ชาวบ้านจะไปแก้ได้ยังไง ต้องแก้ที่รัฐบาลสิ
ทำไมปล่อยให้เข้ามาพื้นที่สีเขียวทำไมไม่กันไว้ล่ะ
โรงงานเนี่ยปล่อยเข้ามาทำไม ทำไมไม่กันให้เป็นพื้นที่สีเขียว
ปล่อยเข้ามาจนพื้นที่นาจะไม่มี พื้นที่สีเขียวจะไม่มี ”

– ลุงตุ่น เกษตรกร –

พื้นที่การเกษตรนับว่าเป็นพื้นที่สำคัญของประเทศไทยเนื่องด้วยพื้นที่ภาคกลางเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การเพาะปลูก ลุงตุ่น เกษตรกรในพื้นที่ แสดงความเห็นว่า ภาคประชาชนและรัฐบาลต้องหาทางออกร่วมกัน โดยการกั้นพื้นที่สีเขียวของจังหวัดนนทบุรีเอาไว้ และผลักดันภาคเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนในชุมชน ส่วนรัฐบาลเองมีบทบาทในการจัดสรรพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงการกำหนดนโยบายในการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมรอบข้างอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ในปี 2566 ที่ผ่านมา มีประกาศของกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมนนทบุรี พ.ศ. 2566 โดยมีแนวทางในการพัฒนาจังหวัดนนทบุรีและดำรงรักษาจังหวัดนนทบุรี ภายในบริเวณแนวเขต ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ทั้งนี้ในหน้าที่ 3 ของประกาศ ได้ระบุว่า วัตถุประสงค์การจัดสรรที่ดินจะส่งเสริมและดำรงรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีของการอยู่อาศัยบริเขตชานเมือง และบริเวณที่ต่อเนื่องกับพื้นที่ที่สงวนรักษาไว้สำหรับพื้นที่เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น

ในท้ายที่สุดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดนนทบุรี ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขพื้นที่เกษตรกรรมที่หายไป แต่คือเรื่องของชีวิต ความทรงจำ และตัวตนของผู้คนที่ค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับผืนนา แม้ความเจริญจะนำโอกาสทางเศรษฐกิจและความสะดวกสบายมาสู่ชุมชน แต่ก็ต้องแลกกับการสูญเสียมรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน อนาคตของจังหวัดนนทบุรีจึงขึ้นอยู่กับการบทบาทและการตัดสินใจของรัฐบาล ตลอดจนความร่วมมือกันของชุมชน จะสามารถรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเพื่อให้ทั้งเศรษฐกิจและตัวตนของชุมชนดำรงอยู่เคียงกันอย่างสมดุล

 

เรื่องและภาพ : ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน  นิสิตนักสื่อสารผู้สนใจใน สังคม ผู้คน และความฝัน

ขอบคุณข้อมูล : 

https://nfcnonthaburi.wordpress.com

https://www.opsmoac.go.th/nonthaburi

http://realestatenonthaburi.or.th

https://nont-pro.go.th/public/list/data/detail/id/6584/menu/1554




Picture of Thitinan Kumtasin

Thitinan Kumtasin

นิสิตคนหนึ่งผู้สนใจใน สังคม ผู้คนและความฝัน

แชร์บทความนี้

โพสต์ยอดนิยม

คุณอาจจะชอบ