เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก

เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมและ ทสจ. แจง กระแสน้ำพัดขยะเข้าสะสมป่าชายเลนบางปูทุกวัน พลาสติกตกค้างมหาศาล ศูนย์ฯ และจังหวัดได้เพียงแต่บรรเทาที่ปลายเหตุเท่านั้น ย้ำวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดต้องเริ่มจากตัวเรา

เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
นายเรวัต ยิ้มวิไล เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมศึกษา ประจำศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกฯ (บางปู)

นายเรวัต ยิ้มวิไล เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมศึกษา มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED Thailand ประจำศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า เมื่อเราทิ้งขยะไม่ถูกที่หรือมีการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ท้ายที่สุดขยะเหล่านี้จะพัดปลิวลงสู่แหล่งน้ำ และเมื่อกระแสน้ำพัดพาสิ่งปฏิกูลเข้าฝั่ง ขยะก็จะสะสมตัวอยู่บริเวณชายฝั่ง หนึ่งในชายฝั่งนั้นคือป่าชายเลนบางปู

ขยะที่พบเห็นในป่าชายเลนบางปูส่วนใหญ่ถูกพัดพามาจากทั้งจากทะเลอ่าวไทยและแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่ไกลจากป่าชายเลนมากนัก ปริมาณขยะเหล่านี้แปรผันตามมวลน้ำและทิศทางลม ในช่วงความต่างของระดับน้ำขึ้น-ลงสูง กระแสน้ำไหลเชี่ยว ประกอบกับทิศทางลมที่พัดพาเข้าชายฝั่ง ปริมาณขยะที่มาสะสมบริเวณป่าชายเลนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
ขยะที่ติดตามรากต้นไม้ในป่าชายเลนบางปู

พันธุ์ไม้ในป่าชายเลน อย่างต้นโกงกาง ต้นลำพู และต้นแสมมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากพืชชนิดอื่น คือ มีรากโผล่พ้นเหนือพื้นดินหรือผิวน้ำ นอกจากจะช่วยค้ำจุนและหายใจแล้ว รากไม้เหล่านี้ยังคอยดักจับและกักเก็บขยะเอาไว้ พอระดับน้ำลดลงจึงพบว่าขยะดังกล่าวสะสมตัวอยู่ตามรากไม้และพื้นโคลนในป่าชายเลน 

ในป่าชายเลนบางปู พบทั้งขยะที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติและขยะจากฝีมือมนุษย์ ขยะที่เกิดจากธรรมชาติใช้เวลาไม่นานในการย่อยสลาย จึงไม่เป็นปัญหามากนัก ต่างจากขยะของมนุษย์ที่เกิดจากการสังเคราะห์ เช่น พลาสติก ซึ่งใช้เวลาในการย่อยสลายถึง 450 ปี ขยะที่เกิดจากการสังเคราะห์เหล่านี้เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมหลักที่เราเผชิญในปัจจุบัน

ขยะที่พบในป่าชายเลนบางปู

ขยะที่พบในป่าชายเลนบางปูส่วนใหญ่จะเป็นขยะที่มีน้ำหนักเบา หากแยกประเภทขยะจะสามารถจัดอันดับตามปริมาณที่พบได้ดัง

  • อันดับ 1 : พลาสติกทั่วไป เช่น ห่อขนม ถุงพลาสติก 
  • อันดับ 2 : ขวดพลาสติก 
  • อันดับ 3 : ยาง ทั้งยางรถยนต์และยางทั่วไป 
  • อันดับ 4 : โฟม เช่น กล่องโฟมบรรจุอาหาร ไส้ในของเสื้อชูชีพหรือห่วงยาง
  • อันดับ 5 : ขยะอันตราย เช่น กระป๋องสเปรย์ ขยะติดเชื้อ

นอกจากขยะที่ลอยมาตามกระแสน้ำแล้ว ยังพบขยะที่มาจากพื้นที่สถานตากอากาศบางปู แต่สัดส่วนขยะที่มาจากสถานตากอากาศนั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับขยะที่กระแสน้ำพัดพาเข้าฝั่ง ขยะเหล่านี้มาจากผู้ที่เข้ามาใช้บริการสถานตากอากาศ โดยมีปริมาณมากสุดในช่วงกระแสเที่ยวชมนกนางนวลธรรมดาที่อพยพมาถึงป่าชายเลนบางปู หลังจากผ่านพ้นระยะนี้ไป ปริมาณขยะที่มาจากผู้เข้าใช้บริการก็มีจำนวนลดลง 

นายเรวัต ชี้ว่า ปัญหาขยะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลนบางปูในหลายด้าน ไม่ว่าจะต่อสัตว์ พืชพันธุ์ ลักษณะทางกายภาพ และทัศนียภาพของพื้นที่

เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
ทัศนียภาพป่าชายเลนบางปูที่ปกคลุมไปด้วยขยะ

 

“ที่สำคัญเลยคือเรื่องทัศนียภาพ ป่าชายเลนที่นี่เป็นแหล่งการเรียนรู้ มีผู้ที่สนใจมาเรียนรู้ตั้งแต่เด็กอนุบาลตัวเล็ก ๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่ พอมาเรียนรู้สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ แต่พบเห็นขยะ อาจเป็นภาพที่รู้สึกไม่เจริญตาเจริญใจสักเท่าไหร่ พูดง่าย ๆ ว่าเป็นมลพิษทางสายตา” 

เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
ปลาตีน สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน

ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ระดับทัศนียภาพเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณหน้าดินหรือหาดโคลน เช่น ปลาตีนและปูจำต้องใช้ชีวิตลำบากขึ้น เนื่องจากมีขยะขนาดใหญ่หรือน้ำหนักมาก อย่างแผ่นเหล็กหรือยางรถยนต์ พัดปลิวเข้ามากินพื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกัน ขยะชิ้นเล็ก ๆ อย่างห่วงล็อกคอขวดน้ำพลาสติก ก็สามารถติดพันบริเวณลำตัว ทำให้สัตว์เคลื่อนไหวได้ยากขึ้น

เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
ขยะอุดตันทางระบายน้ำ

ป่าชายเลนบางปูมีทางระบายน้ำด้านหน้าที่ค่อนข้างเล็ก เมื่อมีขยะชิ้นใหญ่ขวางกั้นทางเดินน้ำ ขยะชิ้นเล็กก็ตามมาทับถมเรื่อย ๆ ส่งผลให้น้ำไหลตัวช้าลง และเกิดปัญหาการสะสมตัวของตะกอนดินหลังแนวขยะตามมา ปัญหาตะกอนดินสะสมนี้ทำให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนไป กระแสน้ำไม่สามารถไหลผ่านได้สะดวกอย่างเคย การระบายน้ำในพื้นที่จึงทำได้น้อยลง 

ปัญหาขยะอุดตันทางระบายน้ำด้านหน้าส่งผลกระทบเหมือนลูกโซ่ จุดที่เห็นผลกระทบชัดเจนที่สุด คือ ป่าชายเลนบางปูด้านหลังที่ติดกับถนนสุขุมวิท ปัจจุบันบริเวณดังกล่าวมีไม้ชายเลนล้มตายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากน้ำทะเลเข้าไปไม่ถึง ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต

ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการกระจายพันธุ์ของไม้ป่าชายเลน เมื่อน้ำไม่สามารถไหลผ่านได้ดังเดิม เมล็ดแสมที่ร่วงหล่นจากต้นก็ไม่สามารถปลิวกระจายไปขยายพันธุ์ที่อื่นได้ เมล็ดที่ติดแนวขยะนี้จะจมอยู่ในน้ำ นับเป็นการสูญเสียเมล็ดพันธุ์ที่มีโอกาสเจริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไป นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียตามมาอีกด้วย

นอกจากขยะชิ้นใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ง่ายแล้ว อีกหนึ่งปัญหาขยะในป่าชายเลนที่จัดการยากที่สุดคือ ไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นเศษพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร เมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในน้ำหรือดิน จะขัดขวางการดูดซึมน้ำและแร่ธาตุของต้นไม้ ทำให้ต้นไม้มีพิษสะสม เจริญเติบโตช้า และอาจเน่าตายได้

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกฯ (บางปู) แบ่งความรับผิดชอบเรื่องขยะออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ กรมพลาธิการทหารบก ซึ่งรับผิดชอบการเก็บขยะในป่าชายเลนทุกวันพุธ และใช้รถแบคโฮขุดลอกขยะในคูคลองทุก ๆ 3-4 เดือน ส่วนที่สองคือ มูลนิธิ FEED Thailand ซึ่งมีหน้าที่ประสานหน่วยงานภายนอกที่ต้องการเข้ามาทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ โดยมูลนิธิจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับขยะในป่าชายเลนบางปู และสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมเก็บขยะในป่าชายเลน โดยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเก็บบริเวณเขื่อนที่อยู่หลังแนวป่าชายเลนเป็นหลัก เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เป็นสาเหตุของปัญหาขยะอุดตันทางระบายน้ำ 

นายพรประสิทธิ์ เยาว์ดำ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ (ทสจ. สมุทรปราการ) เผยว่า นอกจากทางศูนย์ฯ แล้ว หน่วยงานราชการก็เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะป่าชายเลนบางปู

เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
นายพรประสิทธิ์ เยาว์ดำ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ทสจ. สมุทรปราการ

“ทางจังหวัดมีการบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับสถานตากอากาศบางปูอยู่ตลอด ปัจจุบันได้ติดตั้งทุ่นกักขยะทะเล 2 จุด คือ จุดใกล้ศาลากลางจังหวัดและสถานตากอากาศบางปู แต่ละปีกักขยะได้ประมาณ 4-5 ตัน รวมสองจุดก็เป็น 10 ตัน”

เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก
เจ้าหน้าที่ ทสจ.สมุทรปราการ ในกิจกรรมจิตอาสาเก็บขยะมูลฝอยเพื่อลดมลภาวะบริเวณพื้นที่ป่าชายเลนบางปู ภาพโดย นายพรประสิทธิ์ เยาว์ดำ

นอกจากนี้ ทสจ. สมุทรปราการ ยังจัดกิจกรรมจิตอาสาเก็บขยะมูลฝอยเพื่อลดมลภาวะบริเวณพื้นที่ป่าชายเลนบางปู และจัดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างความรู้เรื่องการคัดแยกประเภทขยะให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น เพื่อสร้างความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและประชาสัมพันธ์วิธีที่ถูกต้องในการจัดการขยะ

แม้ว่าจะมีหลายภาคส่วนร่วมมือกันกำจัดขยะอย่างสม่ำเสมอ แต่การจัดการขยะในป่าชายเลนบางปูยังคงเผชิญกับข้อจำกัดอีกหลายประการ ทำให้ศูนย์ฯ ยังไม่มีมาตรการที่ครอบคลุมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

หนึ่งในข้อจำกัดที่สำคัญคือ ศูนย์ฯ มีจำนวนบุคลากรและเวลาไม่เพียงพอต่อการเก็บขยะในพื้นที่ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ มีเพียงแค่ 6-7 คนเท่านั้น การลาดตระเวนเก็บขยะในพื้นที่ทั้ง 338 ไร่จึงเป็นเรื่องยาก

อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านสภาพพื้นที่ เช่น บางพื้นที่มีลักษณะเป็นเลนลึก อาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าไปเก็บขยะ นอกจากนี้ป่าชายเลนบางปูยังเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์ การจัดการในแต่ละครั้งจึงค่อนข้างยากลำบาก หากจะนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าไปในพื้นที่เพื่อขุดลอกขยะ จำเป็นต้องมีการประเมินผลกระทบของพื้นที่อย่างละเอียดว่าเป็นการรุกล้ำพื้นที่ธรรมชาติหรือไม่ รบกวนสภาพแวดล้อมข้างเคียงมากเพียงใด หากดำเนินการโดยไม่ได้ประเมินผลกระทบก่อนอาจส่งผลให้สภาพแวดล้อมในป่าเสียหาย 

ข้อจำกัดสุดท้าย คือ ข้อจำกัดด้านงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยี เจ้าหน้าสิ่งแวดล้อมศึกษาประจำศูนย์ฯ เผยว่า อุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการตักขยะในพื้นที่ที่เป็นตะกอนในน้ำ คือรถแบคโฮที่สามารถลอยน้ำได้ แต่ด้วยต้นทุนที่สูง งบประมาณที่มูลนิธิได้รับจากการสนับสนุนจึงไม่เพียงพอต่อการจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการจัดการปัญหาขยะในปัจจุบันเป็นเพียงแค่การบรรเทาปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่ขยะยังอยู่ในมือของเรา

นายเรวัตได้เสนอแนวคิด 1A3R ซึ่งเป็นแนวคิดง่าย ๆ ที่ช่วยจัดการทรัพยากรได้อย่างยั่งยืน โดยมีหลักการดังนี้

  • Avoid – หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดขยะเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastic) หรือโฟม 
  • Reduce – ลดปริมาณการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย หันมาใช้ถุงผ้า กระบอกน้ำ กล่องข้าว ผ้าเช็ดหน้าแทนวัสดุที่ใช้แล้วทิ้ง
  • Reuse – นำสิ่งของที่มีอยู่กลับมาใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า เช่น เสื้อผ้า แก้วน้ำ กระดาษ ลัง 
  • Recycleคัดแยกขยะให้ถูกต้องตามประเภทของวัสดุ เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป หมุนเวียนวัสดุนั้นกลับมาใช้ใหม่ 

ทั้งยังเน้นย้ำอีกว่า การจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และทำไปตลอดชีวิต หากเราลดขยะได้ตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยบรรเทาปัญหาและลดความยุ่งยากในการจัดการขยะที่ปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุนศูนย์ฯ โดยตรง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกฯ (บางปู) เบอร์โทรศัพท์ 02-709-5005

ปัณฑารีย์ คำเพ็ง-เขียน

Picture of JNplus

JNplus

แชร์บทความนี้

โพสต์ยอดนิยม

คุณอาจจะชอบ