เพาะเมล็ดพันธุ์นักอ่าน ชวนทุกคนมารู้จักกับคู่รักนักวาด ผู้บ่มเพาะหนอนหนังสือ

เพาะเมล็ดพันธุ์นักอ่าน ชวนทุกคนมารู้จักกับคู่รักนักวาด ผู้บ่มเพาะหนอนหนังสือ “เมื่อ 10 ปีที่แล้วมีคนมาพูดกับพี่ว่าหนังสือมันกำลังจะตายแล้ว จนถึงทุกวันนี้ผ่านมา 10 ปี หนังสือมันก็ยังอยู่…ก็เพราะหนอนหนังสือยังอยู่ ไม่งั้นเราคงต้องเปลี่ยนอาชีพแล้วล่ะ”        บอมบ์ กฤษณะ กาญจนาภา และ อ้อย วชิราวรรณ ทับเสือ นักวาดภาพประกอบนิทาน เจ้าของ Littleblackoz studio เล่าถึงประสบการณ์ในวงการทำหนังสือนิทานสำหรับเด็ก ที่แม้เวลาจะผ่านมานับสิบปีการอ่านหนังสือในรูปแบบกระดาษก็ยังได้รับความสนใจและยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยยังมีแรงขับเคลื่อนจากผู้รักการอ่านหรือที่เราเรียกกันว่า หนอนหนังสือตัวจิ๋ว      พาสำรวจแรงบันดาลใจ องค์ประกอบที่หล่อหลอมหนอนหนังสือ หรือ ผู้รักการอ่านทั้งหลาย ผ่านเรื่องเล่า ประสบการณ์ของอ้อยและบอมบ์ ในยุคที่ใคร ๆ ต่างบอกว่าโลกหมุนไวเกินกว่าจะหยุดอ่าน แต่เรื่องราวของพวกเขาและเหล่าแฟนคลับตัวจิ๋วกลับยืนยันความจริงอีกด้านหนังสือภาพอาจจะยังคงทำหน้าที่เป็น“พื้นที่อิสระ” ให้กับพวกเขา      อ้อยเล่าให้เราฟังถึงโลกในความทรงจำที่กลับกลายเป็นจุดกำเนิดของจินตนาการ “สมัยก่อนโลกมันมืด ๆ ขมุกขมัว ไม่ได้สว่างไสวเหมือนตอนนี้ สิ่งบันเทิงเดียวที่มีคือหนังสือ… พอเราได้อ่าน มันเหมือนเปิดโลก มันได้ฝึกคิด”

นักวิชาการไทยชี้ แบนโซเชียลในเด็กไม่ใช่คำตอบ แนะสร้างภูมิคุ้มกัน–ทักษะรู้เท่าทันสื่อ ดีกว่าตามรอยออสฯ

นักวิชาการไทยชี้ แบนโซเชียลในเด็กไม่ใช่คำตอบ แนะสร้างภูมิคุ้มกัน–ทักษะรู้เท่าทันสื่อ ดีกว่าตามรอยออสฯ   กระแสถกเถียงเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียในเด็กกลับมาอีกครั้ง หลังรัฐบาลออสเตรเลียเริ่มบังคับใช้มาตรการ แบนเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ไม่ให้เข้าถึงโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ตั้งคำถามถึงการนำร่องดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อผลสำรวจจาก “Ipsos Education Monitor” จาก 30 ประเทศทั่วโลกเผยให้เห็นว่า คนไทยมากถึง 87% เห็นด้วยกับการแบนเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ไม่ให้ใช้โซเชียล ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก กฎหมาย และการศึกษาในประเทศไทยกลับเห็นตรงกันว่า การแบนโซเชียลอาจไม่ช่วยแก้ปัญหา และสะท้อนให้เห็นว่าความรู้ในการรับมือกับเด็กของครอบครัวยังไม่พร้อมมากพอ ชี้ “การสร้างภูมิคุ้มกันทางโซเชียลให้เด็ก” และ “ทักษะรู้เท่าทันสื่อ” อาจเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์เฉพาะทางเด็กและวัยรุ่น และอดีตผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ระบุว่า โซเชียลมีเดียในเด็กเป็นเรื่องที่น่ากังวล องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ยังหยิบยกพฤติกรรมการติดโซเชียลมีเดีย […]

พุทธพาณิชย์ยังไปต่อได้หรือไม่ ?

“นักวิชาการเผย พุทธพาณิชย์ยังมีความจำเป็น แต่สังคมต้องการความโปร่งใส” ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ “พุทธพาณิชย์” นักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนาชี้ยังมีความจำเป็น หากวัดบริหารจัดการเงินโปร่งใส พร้อมสะท้อนการละเลยของรัฐที่ผลักภาระให้วัด ขณะที่ผู้ประกอบการพระเครื่องมองว่าเป็นช่องทางสร้างรายได้และช่วยเหลือชุมชน ส่วนแพทย์ด้านสมองอธิบายการยึดเหนี่ยวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเพิ่มความมั่นใจและแรงผลักดันในการตัดสินใจของผู้คน   อาจารย์วีรยุทธ เกิดในมงคล อาจารย์ประจำหลักสูตรปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระบุว่า ปัญหาพุทธพาณิชย์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในปัจจุบัน เกิดจากการขาดความโปร่งใสในการจัดการเงินของวัด พร้อมย้ำว่ายังมีความจำเป็นบางประการที่พุทธพาณิชย์ต้องดำรงอยู่ หากได้รับการบริหารจัดการอย่างซื่อสัตย์สุจริต “ทุกวันนี้ เราเห็นว่า พุทธพาณิชย์เป็นปัญหา เพราะเราไม่เห็นถึงการบริหารจัดการเงินของวัดที่โปร่งใส ถ้าวัดทำให้คนธรรมดารู้ได้ว่าเงินไปอยู่ตรงไหน จัดการกันยังไง มันก็ไปต่อได้ มันมีความจำเป็นบางอย่างที่พุทธพาณิชย์ยังต้องไปต่อ มันคงจะต้องมีคนที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ได้อย่างซื่อสัตย์สุจริต” ทั้งนี้ อาจารย์ยังชี้ให้เห็นว่า แม้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่ได้ให้เงินอุดหนุนวัดโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติกลับมีการโยกย้ายเงินและผลประโยชน์ภายในที่ไม่โปร่งใส และมักมีลูกศิษย์หรือผู้เกี่ยวข้องนำโครงการต่าง ๆ เข้ามาเสนอจนวัดต้องใช้เงินไปกับกิจกรรมเหล่านั้น “คำถามคือ หน้าที่การสร้างสาธารณูปโภค การช่วยเหลือชาวบ้าน หรือดูแลผู้ยากไร้ ที่นอกเหนือจากการสอนธรรม เป็นหน้าที่ของใคร? มันสะท้อนว่าหน่วยงานรัฐไม่ได้ทำหน้าที่ส่วนนั้นหรือเปล่า คนมีหน้าที่ไม่ทำ คนทำไม่ใช่หน้าที่” นอกจากนี้เรายังมีความเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจพระเครื่อง ที่เรียกได้ว่าเป็นกำลังสำคัญในการค้นหาลูกศิษย์ลูกหามาร่วมบริจาคเงินเข้าวัด ที่ชี้ว่าพวกเขาก็แค่อยากจะช่วยหลวงพ่อ มีข่าวอะไรก็บอกกันต่อไป เงินที่ได้จะนำไปสร้างสิ่งของเท่าไหร่คุ้มเงินไหม ก็ไม่อาจทราบได้ แต่สุดท้ายปลายทางมันออกมาเป็นสิ่งของสิ่งก่อสร้าง หรือถ้ามีการเช่าบูชาพระ พวกเขาก็จ้างคนในพื้นที่ให้ไปเช่ามาให้ […]

“เจาะปัญหาขนส่ง (ไม่) สาธารณะ : ประชาชนต้องแบกรับภาระมากแค่ไหน?”

“เจาะปัญหาขนส่ง (ไม่) สาธารณะ: ประชาชนต้องแบกรับภาระมากแค่ไหน?”

ทีดีอาร์ไอ และ มพบ. เสนอ รัฐควรทบทวนอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าและการเชื่อมต่อระหว่างสายอย่างจริงจัง เพื่อให้การใช้ขนส่งสาธารณะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้นสำหรับประชาชน เจาะปัญหาอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า : เพราะอะไร จึงต้องขึ้นราคา  นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยว่า การใช้รถไฟฟ้าอย่างสะดวกในประเทศไทยเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากรถไฟฟ้าแต่ละสายมีเจ้าของสัมปทานที่ต่างกัน จึงทำให้มีการคิดอัตราค่าโดยสารแรกเข้าในแต่ละสาย ดังนั้นแม้ผู้โดยสารจะเดินทางชนเพดานอัตราค่าโดยสารสูงสุดในสายเดียวกัน ก็ยังเสียค่าโดยสารในอัตราที่ต่ำกว่าการเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียอย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น ที่คิดค่าโดยสารแบบ Distance-based คือ คิดตามระยะทางเป็นหลัก ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่สายก็คิดอัตราค่าโดยสารตามจำนวนสถานี ทีมข่าวได้ทำการคำนวนอัตราค่ารถไฟฟ้าผ่านทางแอปพลิเคชัน BKK Rail ซึ่งจัดทำขึ้นโดยกรมการขนส่งทางราง, สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า หากเดินทางจากสถานีบางซื่อไปสถานีท่าพระ (สายสีน้ำเงิน) จำนวน 23 สถานี สนนราคาที่ต้องจ่ายคือ 45 บาท ในขณะที่ถ้าหากเดินทางจากสถานีเมืองทองธานี (สายสีชมพู) แล้วเปลี่ยนสายเพื่อไปสถานีสยาม (สายสีเขียว) […]

“ทุนจีนบุกไทย” รุกคืบย่านเยาวราช-สำเพ็ง พ่อค้าแม่ค้าลำบาก ไม่ปรับตัวก็รอดยาก!

ทุนจีนบุกไทย

การไหลบ่าเข้ามาของทุนจีนในย่านการค้าชื่อดัง “เยาวราช-สำเพ็ง” ทำให้ผู้ประกอบการไทยอ่วม ชาวจีนเช่าตึกเปิดธุรกิจค้าขายแข่ง ค่าเช่าพุ่ง ขายสินค้าจีน-ตัดราคาถูก รุกหนักร้านค้าท้องถิ่นและออนไลน์ เยาวราช ไชน่าทาวน์แห่งกรุงเทพฯ ย่านการค้าเก่าแก่ของคนไทยเชื้อสายจีน มีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย แต่ตอนนี้ถูกทุนจีนรุกหนัก จนเรียกได้ว่ากลายเป็นไชน่าทาวน์จีนแท้ ค่าเช่าที่เยาวราชนั้นเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยหลายคนสู้ค่าเช่าที่ไม่ไหวจนต้องเลิกกิจการ ด้านผู้ประกอบการร้านอาหารย่านเยาวราชก็ได้รับผลกระทบจากเข้ามาของผู้ประกอบการจีนที่มาทำธุรกิจร้านอาหารเช่นกัน ทอฝัน เจ้าของร้านอาม่งหมาล่า เล่าว่าตนทำธุรกิจมา 7 ปีแล้ว การเข้ามาของทุนจีนทำให้หมาล่าขายดีมากขึ้น แต่ก็แลกมากับคู่แข่งทางธุรกิจที่มากขึ้น โดยผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารชาวไทยเสียเปรียบเพราะนายทุนจีนสามารถนำวัตถุดิบเข้ามาได้ในราคาที่ถูกกว่า ทำให้ต้นทุนถูกกว่าร้านของผู้ประกอบการชาวไทย ซึ่งจากเดิมเคยทำกำไรได้ 45% ปัจจุบันเหลือเพียง 15-20% เท่านั้น “การเข้ามาของทุนจีนในธุรกิจร้านอาหารมันเป็นเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งมันก็เหมือนกับหม้อไฟหมาล่ามันก็เป็นที่นิยมมากขึ้น เป็นอาหารที่คนทั่วไปรู้จัก อีกด้านหนึ่งมันก็เกิดการแข่งขันสูงเหมือนกัน เหมือนเป็นตลาดที่ทุก ๆ คนเขาแข่งขันกัน มีบางร้านที่เปิดเพิ่มขึ้นเป็นหลายสาขา โดยไม่มีการจดทะเบียนที่ถูกต้อง ก็ทำให้ผู้ประกอบการไทยที่เสียภาษีถูกต้องเสียเปรียบ”  ทอฝันเสริมว่า ร้านอาม่งต้องปรับตัวหลายอย่างเพื่อสู้กับธุรกิจทุนจีน เช่น ทำโปรโมชั่นบ่อยครั้งต่อเดือน และพัฒนาวัตถุดิบทำน้ำซุปด้วยตัวเอง ทำให้ไม่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากจีน อย่างไรก็ตาม กำไรก็ยังได้น้อยกว่าร้านของคนจีน เพราะเขาสามารถนำเข้าวัตถุดิบได้ในราคาถูก และมีต้นทุนที่ถูกกว่า ห่างจากเยาวราชไม่ไกล อีกหนึ่งย่านการค้า “สำเพ็ง” ตลาดค้าส่งและค้าปลีกขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ มีสินค้าหลากหลายทั้งกิ๊ฟช็อป ของเล่น […]

คนรุ่นใหม่หันมาฟังเพลงแจ๊สมากขึ้น

คนรุ่นใหม่หันมาฟังเพลงแจ๊สมากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาที่งาน Summer Sonic Bangkok 2024 ศิลปินเเจ๊สโมเดิร์นสาววัยเพียง 25 ปี อย่าง Laufey ผู้พึ่งคว้ารางวัล Grammy ไปในปีนี้ได้มาขึ้นเเสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งคอนเสิร์ตในครั้งนี้ได้รับการตอบรับ อย่างดีจากเเฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ได้โพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น X หรือ TikTok กล่าวชื่นชมการ แสดงสุดประทับใจ จนเจ้าตัวต้องประกาศว่าจะกลับมาทัวร์ที่นี่อีกเเน่นอน  สถิติการฟังเพลงแจ๊สเพิ่มขึ้น  ในเดือนพฤษภาคม อัลบั้ม Bewitched ของศิลปินสาว Laufey ที่เพิ่งจะมาเยือนไทยก็ได้พุ่งทะยานบนบิลบอร์ดเป็น อันดับ 1 ในสาขา Independent Album เเละ Jazz music และอยู่ในอันดับ 18 จากการจัดลำดับเเบบรวม นอกจากนี้บน  Spotify ซึ่งเป็นเเอพลิเคชั่นฟังเพลงยอดนิยมได้มีคนกดบันทึกเพลย์ลิสต์เพลงแจ๊สคลาสสิกกว่า 3,979,481 ครั้ง และเพลยลิสต์  Jazz in the background อีก 1,659,174 […]

คณปติบาซาร์ 2024 ต้อนรับคเณศจตุรถีด้วยตลาด Art Toy พระคเณศ ยกศิลปินกว่า 30 ท่านจากสตูดิโอ ยอดนิยมรวมพลมิวเซียมสยาม

Art Toyพระคเณศ

คนแห่ต่อแถวหมุนลิมิเต็ดกาชาปอง นวคเณศ รุ่น Martial Arts ในงาน ‘มหาคณปติบาซาร์ 2024’ ตลาด อาร์ตทอยที่รวมเอาผลงานพระคเณศกว่า 30 ศิลปินที่ผสมผสานความเชื่อเข้ากับงานศิลป์ตอกย้ำความนิยมของ อาร์ตทอย และกระแสมูเตลู   ‘มหาคณปติบาซาร์ 2024’ ตลาดอาร์ตทอยที่รวมเอาผลงานพระคเณศกว่า 30 ศิลปิน  มาให้เลือกสรรพร้อมร้านค้าจัดจำหน่ายงานพุทธศิลป์ เป็นการจับมือกันระหว่าง อาร์เตคลัภย์ (Arte Club)  และมิวเซียมสยาม (Museum Siam) โดยในปี 2567 จะจัดขึ้นในวันแรม 4 ค่ำ เดือน 9 และแรม 4 ค่ำ เดือน 10  หรือวันที่ 7-17 กันยายน 2567 สืบเนื่องจากเทศกาลคเณศจตุรถีหรือเทศกาลเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติ ของพระพิฆเนศ เป็นวันที่พระองค์เสด็จมาประทานพรแก่มวลมนุษย์ที่ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว  เชื่อกันว่าหากบูชาองค์พระพิฆเนศในช่วงเทศกาลนี้ จะเสริมความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน  ในงานจัดแสดงอาร์ตทอยรูปลักษณ์ทันสมัย สีสันสดใสต่างกับเทวรูปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างสิ้นเชิง  ศิลปินส่วนใหญ่ได้ให้นิยามพระพิฆเนศของตนเองว่าเป็นอาร์ตทอย […]

2P ORIGINAL รับมือสินค้าปลอม ปรับตัวใช้คุณภาพและเอกลักษณ์เข้าสู้ สคบ. แนะข้อปฏิบัติเมื่อได้รับสินค้าลอกเลียนแบบ เตรียมประกาศใช้มาตรการใหม่

2P ORIGINAL รับมือสินค้าปลอม ปรับตัวใช้คุณภาพและเอกลักษณ์เข้าสู้ สคบ. แนะข้อปฏิบัติเมื่อได้รับสินค้าลอกเลียนแบบ เตรียมประกาศใช้มาตรการใหม่

ผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทย “2P ORIGINAL” ปรับตัวสร้างเอกลักษณ์และจุดแข็งผ่านนวัตกรรมและคุณภาพสินค้า พร้อมเตือนผู้บริโภค รับมือสินค้าปลอม สคบ. แนะข้อปฏิบัติเมื่อผู้บริโภคได้รับสินค้าลอกเลียนแบบ เตรียมประกาศใช้มาตรการใหม่ หวังคุ้มครองผู้บริโภค ปาณิศา แต่มีบุญ (แก้ม) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแบรนด์ 2P ORIGINAL เครื่องสำอางแบรนด์ไทยตรวจพบผลิตภัณฑ์บลัชออนของตนถูกลอกเลียนแบบและจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คุณปาณิศาเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ OH MY BLUSH บลัชออนไร้ฝุ่น ถูกลอกเลียนแบบมาตั้งแต่คอลเลกชันที่ 2 เนื่องจากขณะนั้น แม้จะจดลิขสิทธิ์แบรนด์ 2P ORIGINAL ในประเทศไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการจดลิขสิทธิ์ในประเทศจีนและพบว่าสินค้าดังกล่าวถูกผู้ประกอบการในประเทศจีนลอกเลียนแบบโดยทำให้ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์มีลักษณะคล้ายกัน แบรนด์ 2P ORIGINAL จึงรับมือกับสถานการณ์โดยประชาสัมพันธ์เตือนผู้บริโภคเรื่องสินค้าลอกเลียนแบบและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังติดต่อไปยังรัฐบาลของประเทศจีนเพื่อแจ้งให้ทราบประเด็นการลอกเลียนแบบ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เมื่อแบรนด์ 2P ORIGINAL ออกสินค้า OH MY BLUSH  คอลเลกชันที่ 3 แม้จะเกิดกรณีการลอกเลียนแบบอีกครั้ง แต่ทางแบรนด์ไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากได้ทำการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ และสร้างตราสินค้าแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ อีกทั้งยังได้ดำเนินการจดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และตราสินค้าแบรนด์ 2P […]

ส่องก้าวย่าง “ซีรีส์วายไทย” 2024 : จากความนิยมในประเทศสู่ Soft Power ระดับโลก ภาครัฐและเอกชนเตรียมจับมือผลักดันไปด้วยกัน

ส่องก้าวย่าง “ซีรีส์วายไทย” 2024 : จากความนิยมในประเทศสู่ Soft Power ระดับโลก ภาครัฐและเอกชนเตรียมจับมือผลักดันไปด้วยกัน

สำรวจทิศทาง และความสำเร็จของอุตสาหกรรมซีรีส์วาย ผ่านเทศกาลหนังสุดยิ่งใหญ่ ‘THAILAND INTERNATIONAL LGBTQ+ FILM & TV FESTIVAL 2024’ (TILFF) เมื่อวันที่ 6 – 10 กันยายน 2567 กับภาพสะท้อนความหลากหลายในภาพยนตร์ และเสียงสะท้อนจากผู้คนในวันที่ Soft Power เป็นได้มากกว่าสื่อบันเทิง เมื่อวันที่ 6-10 กันยายน 2567 ที่ผ่านมาเทศกาลภาพยนตร์ THAILAND INTERNATIONAL LGBTQ+ FILM & FESTIVAL 2024 ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน มีแนวคิดคือ “Where Film Unites Us All พลังแห่งภาพยนตร์จะเชื่อมเราไว้ด้วยกัน” เทศกาลนี้จะช่วยทำให้ประเทศไทยได้แสดงถึงวิสัยทัศน์ทั้งในด้านการสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศโดยใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องราว โดยผู้กำกับจากทั้งไทยและต่างประเทศ และพร้อมผลักดันวัฒนธรรมไทยผ่านภาพยนตร์ ในฐานะ Soft Power ของประเทศ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก […]

โรงหนังทางเลือกกับการปรับตัวเป็น Multi-function เพื่อรักษาพื้นที่คนรักหนัง

โรงหนังทางเลือกกับการปรับตัวเป็น Multi-function เพื่อรักษาพื้นที่คนรักหนัง

Doc Club & Pub พื้นที่ทางเลือกสําหรับคนรักหนังนอกกระแส รับต้องปรับตัว เพิ่มช่องทางการรับรายได้เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางยุคของโรงหนังมัลติเพลกซ์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง หวังเป็นพื้นที่สร้างความแตกต่างในวงการภาพยนตร์ไทย ฝั่งผู้บริโภคชี้ยังต้องมีอยู่เพื่อเพิ่มและรักษา คุณค่าของหนังไว้ โรงหนังอิสระหรือโรงหนังทางเลือก เป็นโรงหนังที่มุ่งเน้นในการฉายหนังนอกกระแสหรือหนังอินดี้ที่ไม่ได้มีการนํามาออกฉายเป็นวงกว้าง แต่ในปัจจุบันนี้นั้นผู้คนสามารถเข้าถึงภาพยนตร์ได้อย่างง่ายดายผ่านทั้งทางโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ซึ่งครอบครองพื้นที่หลักของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่เริ่มได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 อย่างไรก็ตามโรงหนังทางเลือกและโรงหนังอิสระกลับยังคงมีบทบาทที่สําคัญในการสร้างประสบการณ์การดูหนังที่ไม่สามารถหาดูได้จากที่ไหนได้ง่าย ๆ นายกฤตวิทย์ หริมเทพธิป (พี่หมู) ผู้ร่วมก่อตั้ง Doc Club & Pub โรงหนังอิสระอธิบายว่าโรงหนังมัลติเพล็กซ์ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทําให้วัฒนธรรมการดูหนังค่อย ๆ จางหายไปและการดูหนังในโรงก็กลายเป็นผูกกับระบบทุนมากขึ้น ความท้าทายของโรงหนังอิสระคือการซ่อมและรื้อฟื้นวัฒนธรรมการดูหนังที่ขาดหายไปเป็นระยะเวลานาน จุดเด่นที่น่าสนใจ และเป็นเอกลักษณ์ของโรงหนังอิสระคือการที่อยากดูหนังแต่หนังไม่ได้มีให้ดูได้ตลอดเรื่อย ๆ เพราะหนังแต่ละเรื่องก็มีเวลาของตัวเองประเภทหนังที่เอามาฉายคือหนังที่โรงใหญ่ไม่ได้เลือกเอาเข้ามา เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ชม ส่วนมากจะเป็นหนังขนาดกลาง เพราะว่าพื้นที่อื่น ๆ ก็ไม่ได้เลือกเอาไปฉาย และไม่สามารถสู้รอบฉายกับหนังขนาดใหญ่ได้ “การดํารงคงอยู่ของโรงหนังอิสระก็ถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสสําหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ การสร้างพื้นที่ฉายหนังก็เป็นประโยชน์กับทั้งฝั่งผู้ผลิตภาพยนตร์ได้มีพื้นที่แสดงผลงานที่หลากหลายกับฝั่งผู้บริโภคที่ได้สัมผัสประสบการณ์การดูหนังที่ไม่ได้หาดูได้ง่าย หนังมองหาคนดูและคนดูมองหาหนังเช่นกัน” นายกฤตวิทย์กล่าว นอกจากนี้ Doc Club & Pub โรงหนังอิสระของนายกฤตวิทย์นั้นเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สําคัญของการสร้างโรงหนังอิสระ หรือโรงหนังทางเลือกที่สามารถปรับตัวให้สามารถอยู่รอดในโลกที่โรงหนังมัลติเพล็กซ์เเละระบบสตรีมมิ่งครอบครองพื้นที่ อุตสาหกรรมภาพยนตร์อยู่ได้ โดยทางร้าน Doc Club […]