ส่องก้าวย่าง “ซีรีส์วายไทย” 2024 : จากความนิยมในประเทศสู่ Soft Power ระดับโลก ภาครัฐและเอกชนเตรียมจับมือผลักดันไปด้วยกัน

สำรวจทิศทาง และความสำเร็จของอุตสาหกรรมซีรีส์วาย ผ่านเทศกาลหนังสุดยิ่งใหญ่ ‘THAILAND INTERNATIONAL LGBTQ+ FILM & TV FESTIVAL 2024’ (TILFF) เมื่อวันที่ 6 – 10 กันยายน 2567 กับภาพสะท้อนความหลากหลายในภาพยนตร์ และเสียงสะท้อนจากผู้คนในวันที่ Soft Power เป็นได้มากกว่าสื่อบันเทิง เมื่อวันที่ 6-10 กันยายน 2567 ที่ผ่านมาเทศกาลภาพยนตร์ THAILAND INTERNATIONAL LGBTQ+ FILM & FESTIVAL 2024 ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน มีแนวคิดคือ “Where Film Unites Us All พลังแห่งภาพยนตร์จะเชื่อมเราไว้ด้วยกัน” เทศกาลนี้จะช่วยทำให้ประเทศไทยได้แสดงถึงวิสัยทัศน์ทั้งในด้านการสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศโดยใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องราว โดยผู้กำกับจากทั้งไทยและต่างประเทศ และพร้อมผลักดันวัฒนธรรมไทยผ่านภาพยนตร์ ในฐานะ Soft Power ของประเทศ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก […]
Out of The Nest ทุนร่วมสร้างไทย-จีน 620 ล้านบาท มองหาทางรอดขยายตลาดแอนิเมชันไทย

Out of The Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ ภาพยนตร์แอนิเมชันสัญชาติไทย ประตูบานใหม่ที่เปิดโอกาสทางการตลาดสู่ต่างประเทศ จากความร่วมมือและร่วมทุนของเหล่าบุคคลที่มีความสามารถทั้งในและต่างประเทศ เป็นโอกาสในการส่งออกแอนิเมชันสู่ตลาดทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น Out of the Nest เดิมทีแอนิเมชันมีชื่อว่า “A Crew” มาก่อน เป็นคอนเซ็ปต์จากพาร์ทเนอร์ของ T&B Media Global ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับแพะและลูกเจี๊ยบ 7 ตัว แต่บริษัทที่ทำอยู่ก่อนหน้าไม่สามารถรับผิดชอบโปรเจกต์นี้ไปจนสุดทางได้ ทั้งด้วยเรื่องงบประมาณ และกำลังคน ทาง T&B จึงได้รับช่วงต่อของคอนเซ็ปต์ดังกล่าวเพื่อมาพัฒนาต่อจนกลายเป็น Out Of The Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบให้เราได้รับชมในปัจจุบัน คุณกฤษณ์ เงาศรี Head of Production ของภาพยนตร์เรื่องนี้เผยว่า การร่วมทุนแอนิเมชัน เป็นโอกาสที่ดีในการออกจากกรอบเดิม ๆ ที่แอนิเมชันไทยมักจะผลิตออกมาด้วยเนื้อหาที่เน้นความเป็นไทยเพื่อขายคนไทยเป็นหลัก จากเป้าหมายที่จะพาแอนิเมชันเรื่องนี้ออกไปสู่ต่างประเทศ คุณกฤษณ์ เผยว่า จะต้องหา Key Success Factors หรือปัจจัยที่จะพาแอนิเมชันไปสู่ความสำเร็จที่วางไว้ จึงตัดสินใจจ้างนักเขียน และผู้กำกับจาก […]
โรงหนังทางเลือกกับการปรับตัวเป็น Multi-function เพื่อรักษาพื้นที่คนรักหนัง

Doc Club & Pub พื้นที่ทางเลือกสําหรับคนรักหนังนอกกระแส รับต้องปรับตัว เพิ่มช่องทางการรับรายได้เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางยุคของโรงหนังมัลติเพลกซ์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง หวังเป็นพื้นที่สร้างความแตกต่างในวงการภาพยนตร์ไทย ฝั่งผู้บริโภคชี้ยังต้องมีอยู่เพื่อเพิ่มและรักษา คุณค่าของหนังไว้ โรงหนังอิสระหรือโรงหนังทางเลือก เป็นโรงหนังที่มุ่งเน้นในการฉายหนังนอกกระแสหรือหนังอินดี้ที่ไม่ได้มีการนํามาออกฉายเป็นวงกว้าง แต่ในปัจจุบันนี้นั้นผู้คนสามารถเข้าถึงภาพยนตร์ได้อย่างง่ายดายผ่านทั้งทางโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ซึ่งครอบครองพื้นที่หลักของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่เริ่มได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 อย่างไรก็ตามโรงหนังทางเลือกและโรงหนังอิสระกลับยังคงมีบทบาทที่สําคัญในการสร้างประสบการณ์การดูหนังที่ไม่สามารถหาดูได้จากที่ไหนได้ง่าย ๆ นายกฤตวิทย์ หริมเทพธิป (พี่หมู) ผู้ร่วมก่อตั้ง Doc Club & Pub โรงหนังอิสระอธิบายว่าโรงหนังมัลติเพล็กซ์ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทําให้วัฒนธรรมการดูหนังค่อย ๆ จางหายไปและการดูหนังในโรงก็กลายเป็นผูกกับระบบทุนมากขึ้น ความท้าทายของโรงหนังอิสระคือการซ่อมและรื้อฟื้นวัฒนธรรมการดูหนังที่ขาดหายไปเป็นระยะเวลานาน จุดเด่นที่น่าสนใจ และเป็นเอกลักษณ์ของโรงหนังอิสระคือการที่อยากดูหนังแต่หนังไม่ได้มีให้ดูได้ตลอดเรื่อย ๆ เพราะหนังแต่ละเรื่องก็มีเวลาของตัวเองประเภทหนังที่เอามาฉายคือหนังที่โรงใหญ่ไม่ได้เลือกเอาเข้ามา เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ชม ส่วนมากจะเป็นหนังขนาดกลาง เพราะว่าพื้นที่อื่น ๆ ก็ไม่ได้เลือกเอาไปฉาย และไม่สามารถสู้รอบฉายกับหนังขนาดใหญ่ได้ “การดํารงคงอยู่ของโรงหนังอิสระก็ถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสสําหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ การสร้างพื้นที่ฉายหนังก็เป็นประโยชน์กับทั้งฝั่งผู้ผลิตภาพยนตร์ได้มีพื้นที่แสดงผลงานที่หลากหลายกับฝั่งผู้บริโภคที่ได้สัมผัสประสบการณ์การดูหนังที่ไม่ได้หาดูได้ง่าย หนังมองหาคนดูและคนดูมองหาหนังเช่นกัน” นายกฤตวิทย์กล่าว นอกจากนี้ Doc Club & Pub โรงหนังอิสระของนายกฤตวิทย์นั้นเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สําคัญของการสร้างโรงหนังอิสระ หรือโรงหนังทางเลือกที่สามารถปรับตัวให้สามารถอยู่รอดในโลกที่โรงหนังมัลติเพล็กซ์เเละระบบสตรีมมิ่งครอบครองพื้นที่ อุตสาหกรรมภาพยนตร์อยู่ได้ โดยทางร้าน Doc Club […]
Fast Beauty ฝุ่นใต้พรมวงการบิวตี้ ภัยคุกคามที่สังคมมองข้าม

กระแส Fast Beauty สินค้าความงามตามกระแสนิยม เน้นปริมาณมาก คุณภาพต่ำ ตอบสนองความต้องการระยะสั้นโดยเฉพาะมีวัตถุประสงค์คือผลิตสินค้าที่ล้อไปกับกระแสความนิยมของคนในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ให้เกิดเป็นปริมาณการซื้อขายที่มากและรวดเร็ว และมีส่วนสำคัญในการเพิ่มปริมาณขยะพลาสติก โดยมีโปรโมชั่นและราคาที่ดึงดูดใจ ซึ่งเติบโตขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวที่มักสนใจในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจาก Euromonitor International แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2023 ปริมาณขยะจากบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางเพิ่มขึ้นกว่า 30% (อ้างอิง https://www.banuba.com/blog/cosmetic-waste (สืบค้นวันที่ 19 กันยายน 2567) เนื่องจากการหมุนเวียนของสินค้าสูงขึ้นเพื่อสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความหลากหลายและความทันสมัยในผลิตภัณฑ์ วันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมาได้มีการสำรวจร้านที่จำหน่ายสินค้าสกินแคร์และเครื่องสำอาง หรือเรียกว่าร้าน Beauty Shop พบว่าในตะกร้าของผู้ที่มาซื้อสินค้า มีสินค้าที่เป็น Fast Beauty อยู่แทบทุกตะกร้า อันเนื่องมาจากโปรโมชันที่ดึงดูดและราคาที่ไม่ได้สูงจึงทำให้เกิดการซื้อขึ้น โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นเลย ซึ่งแสดงให้เห็นถึง ปัญหาที่ผู้บริโภคตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกจากอุตสาหกรรมเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีความคิดที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของตน จากการสัมภาษณ์ช่างแต่งหน้ามืออาชีพและกลุ่มนิสิตตณะนิเทศศาสตร์วันที่ 16 กันยายน เพื่อนนิสิต กล่าวว่าในกระบวนการผลิตเครื่องสำอางอย่างไรก็ตามมันเกิดสารเคมีขึ้นแล้ว และเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและขยะมีอยู่น้อยมาก ด้วยเหตุที่ว่า เครื่องสำอางและสิ่งแวดล้อม […]
เหตุใด “ขยะป่าชายเลนบางปู” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก

เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมและ ทสจ. แจง กระแสน้ำพัดขยะเข้าสะสมป่าชายเลนบางปูทุกวัน พลาสติกตกค้างมหาศาล ศูนย์ฯ และจังหวัดได้เพียงแต่บรรเทาที่ปลายเหตุเท่านั้น ย้ำวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดต้องเริ่มจากตัวเรา นายเรวัต ยิ้มวิไล เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมศึกษา มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED Thailand ประจำศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า เมื่อเราทิ้งขยะไม่ถูกที่หรือมีการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ท้ายที่สุดขยะเหล่านี้จะพัดปลิวลงสู่แหล่งน้ำ และเมื่อกระแสน้ำพัดพาสิ่งปฏิกูลเข้าฝั่ง ขยะก็จะสะสมตัวอยู่บริเวณชายฝั่ง หนึ่งในชายฝั่งนั้นคือป่าชายเลนบางปู ขยะที่พบเห็นในป่าชายเลนบางปูส่วนใหญ่ถูกพัดพามาจากทั้งจากทะเลอ่าวไทยและแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่ไกลจากป่าชายเลนมากนัก ปริมาณขยะเหล่านี้แปรผันตามมวลน้ำและทิศทางลม ในช่วงความต่างของระดับน้ำขึ้น-ลงสูง กระแสน้ำไหลเชี่ยว ประกอบกับทิศทางลมที่พัดพาเข้าชายฝั่ง ปริมาณขยะที่มาสะสมบริเวณป่าชายเลนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พันธุ์ไม้ในป่าชายเลน อย่างต้นโกงกาง ต้นลำพู และต้นแสมมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากพืชชนิดอื่น คือ มีรากโผล่พ้นเหนือพื้นดินหรือผิวน้ำ นอกจากจะช่วยค้ำจุนและหายใจแล้ว รากไม้เหล่านี้ยังคอยดักจับและกักเก็บขยะเอาไว้ พอระดับน้ำลดลงจึงพบว่าขยะดังกล่าวสะสมตัวอยู่ตามรากไม้และพื้นโคลนในป่าชายเลน ในป่าชายเลนบางปู พบทั้งขยะที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติและขยะจากฝีมือมนุษย์ ขยะที่เกิดจากธรรมชาติใช้เวลาไม่นานในการย่อยสลาย จึงไม่เป็นปัญหามากนัก ต่างจากขยะของมนุษย์ที่เกิดจากการสังเคราะห์ เช่น พลาสติก ซึ่งใช้เวลาในการย่อยสลายถึง 450 ปี […]
ความเข้าใจ สุขภาพ สิทธินิติกรรม : สามสิ่งที่ LGBTQIAN+ ยังต้องการ

เรื่องที่รัฐบาลควรผลักดันต่อไปหลังจากการประกาศใช้พรบ.กฎหมายสมรสเท่าเทียม ตามคำเรียกร้องของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ‘คุณเฌอ’ เฌอร์ลิน วีราวัชร์สุรกุล ตัวแทนจากกลุ่ม LGBTQIAN+ กล่าวว่า การผ่านของกฎหมายสมรสเท่าเทียมทำให้รู้สึกได้เติมเต็ม มองถึงโอกาสของการได้รับสิทธิที่เท่าเทียม อย่างไรก็ตามยังคงมีเรื่องที่ต้องพัฒนาต่อไปอีก เช่น หลักสูตรการศึกษาเกี่ยวกับเพศที่หลากหลายและเพศวิถี รวมถึงสวัสดิการสุขภาพ การสนับสนุนการแปลง-เพศ แม้การต่อสู้ครั้งนี้จะสำเร็จ แต่บางคนยังคงมองว่าการเปิดกว้างในสังคมยังเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินต่อไป โดยเฉพาะความสำคัญของการศึกษาว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมีในหลักสูตร ควรปลูกฝังความเข้าใจในเรื่องของเพศวิถีเพื่อพัฒนาทัศนคติของคนในสังคม ‘คุณแมว’ เจ้าของเพจ ‘Cat the Trans-Lesbian แมว เลสเบี้ยนข้ามเพศ’ กล่าวว่า “การที่เราถูกริดรอนสิทธิเป็นเวลานานทำให้เราได้รู้สึกถึงการปลดปล่อย ในวันนี้ทุกคนในสังคมควรมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีใครควรได้รับสิทธิพิเศษไปมากกว่าใคร อีกทั้งในเรื่องสิทธิในการทำธุรกรรมหรือการทำนิติกรรมระหว่างคู่สมรส ซึ่งมีความยุ่งยากมากกว่าคู่สมรสชาย-หญิง อยากให้มีกฎหมายที่ครอบคลุมถึงจุดนี้ด้วย” เรียกได้ว่าเป็นกระแสฮือฮาอย่างหนักหลังจากที่พรบ.สมรสเท่าเทียมได้รับการอนุมัติ และถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของประเทศไทยด้วยเช่นกัน เพราะส่งผลให้สังคมไทยนั้นเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามประเทศไทยนั้นยังคงมีอีกหลายสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป การมีพรบ.สมรสเท่าเทียมจะช่วยลดปัญหาการเหยียด ดูถูกกลุ่มคน LGBTQIAN+ ได้ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับเพศที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น คุณเฌอได้กล่าวว่า ตนเองนั้นดีใจเป็นอย่างมากที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกแบบตน ยังคงมีปัญหาการเหยียดอยู่ในสังคม รวมถึงประทุษวาจา และสังคมที่ยังไม่เปิดกว้างมากพอ เช่น คนในครอบครัวของตนและคนรอบข้างยังมองว่าสมรสเท่าเทียมเป็นเรื่องไกลตัว และมีความคิดว่าคู่รักเพศหลากหลายเป็นแค่ความรักแบบชั่วคราวไม่ยั่งยืน การมีสมรสเท่าเทียมจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันว่ามีความรักในระหว่างคนหลากหลายทางเพศอยู่จริง คุณแมว กล่าวว่า อยากให้ผลักดันเรื่องนิติกรรม […]